วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553

จัดทำโดย  นางสาวสุดาวัลย์  จันทรักษ์  4902100146
คลังสั่งชะลอปล่อยสินเชื่อ หลังแบงก์ทำยอดทะลุเป้า


“ประดิษฐ์”สั่งชะลอแผนเร่งรัดปล่อยสินเชื่อแบงก์พาณิชย์รัฐ 6 แห่ง หลังทำยอดสินเชื่ออนุมัติทะลุเป้า อ้างไม่ต้องการแข่งขันกับแบงก์เอกชน
เมื่อวันที่ 6 ม.ค. นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังเรียกประชุมผู้บริหารธนาคารพาณิชย์เฉพาะกิจ 6 แห่ง ว่า ได้รับรายงานถึงผลการเร่งรัดปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในปี 52 ผลปรากฏว่า ยอดสินเชื่อที่ปล่อยใหม่สูงเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม สำหรับเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 53 นั้น ยังไม่ได้มอบเป็นนโยบายที่ชัดเจน โดยจะต้องรอผลการปล่อยสินเชื่อในภาพรวมของธนาคารพาณิชย์เอกชนอีกระยะหนึ่ง ว่าเข้าสู่สภาวะปกติหรือยัง เพื่อไม่ให้ธนาคารพาณิชย์รัฐแข่งขันปล่อยสินเชื่อกับภาคเอกชนมากเกินไป


เราคงต้องติดตามกันเดือนเว้นเดือน ว่าแบงก์เอกชนปล่อยสินเชื่อได้ตามปกติหรือยัง เพราะทางการไม่ต้องการให้ธนาคารเฉพาะกิจไปแข่งปล่อยสินเชื่อกับแบงก์เอกชน กระทรวงการคลังจะใช้แบงก์รัฐก็เมื่อมีความจำเป็น เช่น เมื่อปีที่ผ่านมา แบงก์เอกชนไม่สามารถปล่อยสินเชื่อได้ตามปกติ ก็ต้องให้ธนาคารเฉพาะกิจหน้าที่นี้ ซึ่งก็ทำได้ดีมาก" รมช.คลัง กล่าว
สำหรับผลอนุมัติการปล่อยสินเชื่อ 6 ธนาคารพาณิชย์เฉพาะกิจ ณ สิ้นปี 2552 นั้น มีสัดส่วนถึง 26% ของสินเชื่อรวมทั้งระบบ หรือ ประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัดส่วนในปีก่อนหน้าประมาณ 6% และสูงกว่าเป้าหมาย 127% มียอดการเบิกจ่ายจริง 1.09 ล้านล้านบาท หรือ สูงกว่าเป้าหมาย 118% มีผู้ได้รับประโยชน์จากสินเชื่อนี้ถึง 5 ล้านราย ในจำนวนนี้ เป็นสินเชื่อที่ปล่อยผ่านโครงการ Fast Track จำนวน 100,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้า 168% มียอดเบิกจ่ายจริง 73,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 114% มีผู้ได้รับประโยชน์ 700,000 ราย ซึ่งทั้งหมดนี้ มีผลต่อระบบเศรษฐกิจ 0.17% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)



ทั้งนี้ 6 ธนาคารพาณิชย์เฉพาะกิจที่ร่วมกันปล่อยสินเชื่อครั้งนี้ ประกอบด้วย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) บรรษัทค้ำประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (บสย.) ในส่วนของโครงการสินเชื่อฟาสต์แทรค (Fast Track) ที่ประชุมเห็นว่าควรเดินหน้าต่อ เพราะเห็นว่า เป็นโครงการที่มีประโยชน์ โดยแบรนด์ของโครงการนี้ ถือว่าติดตลาดแล้ว ประชาชนก็เข้าช่องทางสินเชื่อนี้มากขึ้น ส่วนแบงก์ไหนจะเดินหน้าอย่างไร ก็ให้เสนอแผนสินเชื่อมาให้พิจารณาอีกครั้ง


สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ได้รับการปล่อยสินเชื่อในปี 2552 มากที่สุด จะเป็นกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีและรายย่อยมากที่สุด โดยรายย่อยจะกระจายในกลุ่มเกษตรกรมากที่สุด ส่วนลูกค้าเอสเอ็มอีจะอยู่ในกลุ่มที่เป็นสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


ส่วนปัญหาหนี้เสียนั้น ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ติดตามอย่างใกล้ชิด เบื้องต้น ได้รับรายงานว่า การปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง จะไม่ทำให้ปัญหาหนี้เสียของธนาคาเฉพาะกิจมีปัญหา ทั้งนี้ ปัจจุบันสัดส่วนหนี้เสียของ 6 ธนาคารพาณิชย์เฉพาะกิจดังกล่าวอยู่ในระดับ 9.61% ของยอดสินเชื่อรวม.
  ที่มา  www.mof.go.th/dpa/index.php?option=com_conten...

คำถาม 1. ธนาคารพาณิชย์เฉพาะกิจที่ร่วมกันปล่อยสินเชื่อครั้งนี้ ประกอบด้วย ธนาคารอะไรบ้าง
           2. ประดิษฐ์”สั่งชะลอแผนเร่งรัดปล่อยสินเชื่อแบงก์พาณิชย์รัฐกี่แห่ง
           3. ในส่วนของโครงการสินเชื่อฟาสต์แทรค (Fast Track)ควรมีความคิดเห็นอย่างไร

6 ความคิดเห็น:

252utccbx007g16 กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
252utccbx007g16 กล่าวว่า...

1. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
2. 6 แห่ง
3. เห็นว่า เป็นโครงการที่มีประโยชน์ โดยแบรนด์ของโครงการนี้ ถือว่าติดตลาดแล้ว ประชาชนก็เข้าช่องทางสินเชื่อนี้มากขึ้น ส่วนแบงก์ไหนจะเดินหน้าอย่างไร ก็ให้เสนอแผนสินเชื่อมาให้พิจารณาอีกครั้ง
สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ได้รับการปล่อยสินเชื่อในปี 2552 มากที่สุด

นางสาว นาตยา มาทัด 4902100047

252utccbx007g16 กล่าวว่า...

1. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
2. 6 แห่ง
3. เป็นโครงการที่มีประโยชน์ โดยแบรนด์ของโครงการนี้ ถือว่าติดตลาดแล้ว ประชาชนก็เข้าช่องทางสินเชื่อนี้มากขึ้น ส่วนแบงก์ไหนจะเดินหน้าอย่างไร ก็ให้เสนอแผนสินเชื่อมาให้พิจารณาอีกครั้ง

นางสาว พนิดา ศรสุวรรณวุฒิ เลขทะเบียน 4902100040

252utccbx007g5 กล่าวว่า...

คำตอบ
1. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
2. 6 แห่ง
3. เห็นว่า เป็นโครงการที่มีประโยชน์ โดยแบรนด์ของโครงการนี้ ถือว่าติดตลาดแล้ว ประชาชนก็เข้าช่องทางสินเชื่อนี้มากขึ้น ส่วนแบงก์ไหนจะเดินหน้าอย่างไร ก็ให้เสนอแผนสินเชื่อมาให้พิจารณาอีกครั้ง
สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ได้รับการปล่อยสินเชื่อในปี 2552 มากที่สุด
น.ส.พริยาภรณ์ บุตรพรม 4902100180

252utccbx007g16 กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
252utccbx007g16 กล่าวว่า...

1. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
2. 6 แห่ง
3. เห็นว่า เป็นโครงการที่มีประโยชน์ โดยแบรนด์ของโครงการนี้ ถือว่าติดตลาดแล้ว ประชาชนก็เข้าช่องทางสินเชื่อนี้มากขึ้น ส่วนแบงก์ไหนจะเดินหน้าอย่างไร ก็ให้เสนอแผนสินเชื่อมาให้พิจารณาอีกครั้ง
สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ได้รับการปล่อยสินเชื่อในปี 2552 มากที่สุด

นางสาว ณัฐชา จรัลเกียรติกุล เลขทะเบียน 4902100017